หน้าแรก
เกี่ยวกับ วสท.
สมาชิก วสท.
กรรมการอำนวยการ
กรรมการสาขา
ประกาศ
ข่าว
อบรม/สัมมนา
กฏหมายที่วิศวกรควรรู้
e-Journal
ร้านหนังสือ Online
E-book (วารสาร วสท.)
แผนที่ วสท.
 
สมัครสมาชิกเว็บ วสท.
สมัครสมาชิก วสท.
 
User Online: 26
 
 
 
 
  ลืมรหัสผ่าน
  ลงทะเบียน
ไทย | English
M.B.A./M.Sc. ( Management) Specialization in Project Management (PJM)
General
  ยกอุโบสถเก่าแก่อายุ 459 ปี
Untitled Document

ยกอุโบสถเก่าแก่อายุ 459 ปี

ธเนศ วีระศิริ
เลขาธิการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

 

       วัดแก้วฟ้า เป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าก่อสร้างสมัยช่วงกลางกรุงศรีอยุธยาราวปี พ.ศ. 2095 ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ มีหลักฐานสอดคล้องกับการศึกษาค้นคว้าทางด้านโบราณคดี ได้แก่ ลักษณะอุโบสถ พระพุทธรูป เสมา กำแพงแก้ว ช่องประตูที่กำแพงแก้ว ลักษณะเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองซึ่งตั้งอยู่ที่มุมกำแพงแก้วทั้งสี่มุมและเจดีย์ด้านหลังอุโบสถ ล้วนมีลักษณะเป็นศิลปกรรมสมัยอยุธยาในช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแทบทั้งสิ้น อุโบสถเก่าแก่ของวัดเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ที่ประชาชนยังหลั่งไหลมากราบไหว้มิได้ขาดเพราะเลื่องลือในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อ หากนับเวลาถึงปัจจุบันอุโบสถหลังนี้มีอายุราว 459 ปีแล้ว

         เหตุใดจึงชื่อ ‘แก้วฟ้า’?....มีเรื่องเล่าว่าในช่วงก่อนที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจะขึ้นครองราชย์สมบัตินั้นมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในราชสำนัก พระเชษฐาต่างพระมารดาของพระองค์คือสมเด็จพระไชยราชาธิราชครองราชย์ได้ 13 พรรษาก็เสด็จสวรรคตกะทันหัน พระราชโอรสองค์ใหญ่ของสมเด็จพระไชยราชาธิราช คือ พระเจ้าแก้วฟ้า (บางตำราว่า ‘พระเจ้ายอดฟ้า’) ซึ่งมีพระชนม์ 11 พรรษา ได้รับอัญเชิญขึ้นครองราชย์สืบต่อ แต่ด้วยยังทรงพระเยาว์ยังออกว่าราชการไม่ได้ เหล่าเสนาอำมาตย์มนตรีจึงได้ร่วมกันเชิญพระเธียรราชา(ซึ่งต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ)เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน แต่ด้วยความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากท้าวศรีสุดาจันท์ (พระชนนีเลี้ยงของพระเจ้าแก้วฟ้า)ที่ต้องการครองอำนาจทั้งหมด พระเธียรราชาเห็นว่าถ้ายังคงทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินต่อไปเกรงว่าจะมีเภทภัยแก่ตนจึงลาออกผนวช จากนั้นไม่นานขุนวรวงศาธิราชซึ่งเป็นชู้รักกับท้าวศรีสุดาจันท์ได้จับสมเด็จพระเจ้าแก้วฟ้าปลงพระชนม์ที่วัดโคกพระยา แล้วสถาปนาตนเองขึ้นครองราชย์อยู่ได้ 5 เดือน ก็ถูกขุนพิเรนทรเทพรวมกับพวกจับฆ่า และเอาศพเสียบประจานไว้ที่วัดแร้ง จากนั้นอัญเชิญพระเธียรราชาลาผนวชขึ้นครองราชย์สมบัติทรงพระนามว่าสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ภายหลังจากพระเธียรราชาขึ้นครองราชย์แล้วข้าราชบริพารผู้จงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าแก้วฟ้าได้ร่วมกันสร้างวัดแก้วฟ้าขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงยุวกษัตริย์พระองค์นี้

          วัดแก้วฟ้าตั้งอยู่ที่ตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ห่างจากคลองบางกอกน้อยประมาณ 800 เมตร ในสมัยก่อนต้องเดินทางโดยเรือลัดเลี้ยวจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าคลองบางกอกน้อย แล้วเดินเท้าต่อผ่านสวนไร่นาเข้าไปอีกช่วงหนึ่งจึงจะถึงวัด มีข้อสังเกตว่าวัดนี้แตกต่างจากวัดอื่นในยุคสมัยเดียวกันตรงที่ไม่ได้ตั้งอยู่ชิดริมฝั่งคลองหรือแม่น้ำทั้งที่การสัญจรสมัยนั้นใช้เรือเป็นหลัก ที่เป็นเช่นนี้มีเรื่องเล่าว่าเพราะข้าราชบริพารผู้จงรักภักดีพระเจ้าแก้วฟ้าได้หลบลี้หนีภัยมาอยู่บริเวณนี้ เมื่อเหตุการณ์สงบจึงร่วมใจกันสร้างวัดไว้

         อุโบสถวัดแก้วฟ้าปัจจุบันอยู่ในสภาพทรุดโทรมและมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมทุกปี ระดับน้ำเคยท่วมสูงถึง 50 เซนติเมตรจากระดับทางเดินเท้ารอบอุโบสถ เป็นอุปสรรคต่อการเข้าไปปฏิบัติกิจของสงฆ์ ยากต่อการดูแลรักษาและยังทำให้ชำรุดทรุดโทรมยิ่งขึ้น พระครูปลัดไพศาล กิตฺติภทฺโท ท่านเจ้าอาวาสวัดมีความเห็นว่าควรยกอุโบสถหลังนี้ขึ้นให้พ้นจากระดับน้ำที่เคยท่วมแล้วปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้ดูสวยงามเหมาะสมเป็นโบราณศาสนสถานให้ประชาชนได้เข้ามาทำบุญกราบไหว้หลวงพ่อใหญ่ที่เลื่องลือในความศักดิ์สิทธิ์รวมถึงได้ชมศิลปะอยุธยาช่วงตอนกลางที่มีอายุยืนยาวนานมาถึง 459 ปี
          ตัวอุโบสถวัดแก้วฟ้าทำด้วยอิฐก่อทั้งหลัง โครงหลังคาทำด้วยไม้ กระเบื้องหลังคาชำรุดเสียหายต้องปิดชั่วคราวด้วยสังกะสี ภายหลังจากทำการยกอุโบสถแล้วจะมีการซ่อมแซมหลังคาให้กลับคืนสภาพในอดีต อาคารที่ก่อสร้างด้วยอิฐก่อเช่นนี้ไม่มีเสาหรือคานดังเช่นอาคารในปัจจุบัน แม้แต่ฐานรากของอาคารก็ทำด้วยอิฐก่อทั้งหมด เคยมีความเข้าใจว่าสมัยก่อนการก่อสร้างอาคารหลังใหญ่ๆ จะต้องนำท่อนซุงมาวางรองรับเป็นฐานราก แต่เท่าที่ขุดดินโดยรอบแล้วพบว่าอุโบสถวัดแก้วฟ้าไม่ได้วางอยู่บนท่อนซุงดังที่คาดไว้ ส่วนที่พบคืออิฐหักถมทับตลอดแนวผนังของอุโบสถ จากนั้นเป็นฐานรากอิฐก่อลักษณะเช่นเดียวกับผนังของอุโบสถวางทับลงบนอิฐหักโดยตรง ใช้เป็นฐานรากรองรับอุโบสถที่มีความสูงถึง 7 เมตร (สูงกว่าอาคาร 2 ชั้นในปัจจุบัน)
          ลักษณะอาคารเช่นอุโบสถวัดแก้วฟ้านี้ในทางวิศวกรรมเรียกว่า “อาคารชนิดผนังรับน้ำหนัก (Load-bearing wall building)” อิฐก่อทุกก้อนที่ใช้ทำผนังจะเป็นตัวรับน้ำหนักจากหลังคา ส่งถ่ายแรงเป็นลำดับลงไปจนถึงฐานรากและส่งผ่านต่อจากฐานรากลงสู่ดินด้านล่าง การจะยกอาคารชนิดผนังอิฐก่อรับน้ำหนักเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจเรื่องของการถ่ายแรง การขุดเจาะผนังแต่ละตำแหน่งต้องผ่านการวิเคราะห์ว่าสามารถทำได้หรือไม่ หากขุดเจาะผิดตำแหน่งจะทำให้อิฐก่อเกิดการขยับตัว บิดตัวหรือแตกหักออกจากกัน การตระเตรียมการ และลำดับขั้นตอนการยกอุโบสถจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยความระมัดระวังและต้องถูกต้องตามหลักวิศวกรรมเป็นลำดับนับตั้งแต่การขุดดิน การขุดเจาะฐานรากเดิมซึ่งเป็นอิฐก่อ การติดตั้งเสาเข็มเสริม การถ่ายน้ำหนักลงเสาเข็มใหม่ การยกอาคาร และการตรวจวัดระยะยกขณะทำการยกอุโบสถ
          ความยากของการยกอาคารผนังอิฐก่อที่มีอายุเก่าแก่เช่นนี้มีสองส่วน คือ ขั้นตอนการทำเสาเข็มเสริมเพื่อรองรับอาคารทั้งหลัง และขั้นตอนการยกอาคารที่จะทำอย่างไรให้อาคารไม่เกิดการแตกร้าวเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่เดิม
          ความยากประการแรกเรื่องการติดตั้งเสาเข็มเพื่อรองรับอุโบสถทั้งหลังนั้น เนื่องจากเป็นอาคารเก่ามีสภาพทรุดโทรมมากแล้ว เสาเข็มที่จะนำมาใช้ติดตั้งเพื่อรองรับอาคารต้องเลือกชนิดที่มีความแข็งแรงเพียงพอและขณะติดตั้งต้องไม่สั่นสะเทือนจนเป็นเหตุให้อาคารเกิดการแตกร้าว ดังนั้นเสาเข็มที่เหมาะที่สุดคือเสาเข็มเหล็กที่สามารถตัดต่อได้ง่ายและใช้วิธีการติดตั้งเสาเข็มลงดินด้วยแม่แรงไฮดรอลิกซึ่งจะไม่มีแรงสั่นสะเทือนขณะติดตั้ง ประเด็นปัญหาเรื่องการขุดเจาะฐานรากเดิมซึ่งเป็นอิฐก่อให้เป็นช่องลงไปเพื่อติดตั้งเสาเข็มใต้อุโบสถนั้นใช้วิธีการทำวงโค้งที่ผนังเหนือตำแหน่งขุดเจาะเพื่อถ่ายน้ำหนักออกไปด้านข้าง การทำวงโค้งจะใช้วิธีเจาะทะลุผนังเป็นเส้นโค้งซึ่งมีขนาดตามที่ได้วิเคราะห์ตามหลักวิศวกรรมไว้ จากนั้นนำอิฐหักใต้วงโค้งออกทั้งหมดแล้วเทคอนกรีตเข้าไปทดแทน เมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้วจะสามารถขุดดินลงไปด้านล่างเพื่อขุดเจาะฐานรากเดิมออกได้ ซึ่งการขุดดินจะทำได้เมื่อมีวงโค้งที่ผนังแล้วอย่างน้อยสองวง สำหรับการติดตั้งเสาเข็มใช้วิธีการนำแม่แรงไฮดรอลิกดันเข้าใต้แนวผนังของอุโบสถ ด้วยน้ำหนักของอุโบสถซึ่งหนักประมาณ 1000 ตันจะสามารถกดเสาเข็มเหล็กลงดินได้ เสาเข็มแต่ละท่อนมีความยาวประมาณ 1.00 – 1.50 เมตรและนำมาต่อกันด้วยการเชื่อมไฟฟ้า เสาเข็มจะถูกกดลงดินด้วยแม่แรงไฮดรอลิกจนได้ระดับความลึกที่สามารถรับน้ำหนักของอุโบสถได้
ความยากในส่วนที่สองนั้นคือการควบคุมและตรวจวัดขณะทำการยกอุโบสถขึ้น การยกอุโบสถขึ้นโดยไม่ให้แตกร้าวจะใช้วิธียกระดับให้สูงขึ้นเท่าๆกันทุกตำแหน่ง เนื่องจากอิฐก่อที่มีสภาพเก่าเช่นนี้พร้อมจะแตกร้าวได้ง่ายขณะยกจึงต้องใช้เครื่องมือตรวจวัดทางอิเลคโทรนิกผสมกับการตรวจวัดพื้นฐานที่สามารถบ่งบอกความเปลี่ยนแปลงต่างๆได้ทันที
         ปัจจุบันการเตรียมการต่างๆได้ดำเนินมาถึงขั้นตอนที่จะทำการยกอุโบสถขึ้นแล้ว ทางวัดได้กำหนดฤกษ์ยามในการยกอุโบสถไว้วันที่ 9 กรกฎาคม 2554 โดยจะมีพิธีทางสงฆ์เพื่อเป็นสิริมงคลเวลา 9.00 น. กำหนดการในการยกจนแล้วเสร็จประมาณ 10 วัน มีการทำบุญทุกวันจนแล้วเสร็จ ท่านผู้ที่สนใจเข้าชมงานทางด้านวิศวกรรมที่นำมาประยุกต์ใช้ยกอุโบสถเก่าแก่ถึง 459 ปีหรือผู้มีจิตศรัทธาอยากร่วมทำบุญกราบไหว้องค์หลวงพ่อใหญ่เพื่อขอพร ขอเรียนเชิญที่วัดแก้วฟ้าในวันและเวลาดังกล่าว  

อุโบสถวัดแก้วฟ้าอายุ 459 ปี สร้างในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อใหญ่ที่เล่าลือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ช่วงหน้าน้ำระดับน้ำจะท่วมสูงถึง 50 เซนติเมตร จากระดับทางเดินโดยรอบอุโบสถ

เตรียมการเจาะผนังอิฐก่อเพื่อทำแนววงโค้งตัวถ่ายแรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขยับตัวของอิฐก่อของผนังด้านบน

ลักษณะการถ่ายแรงภายในผนังภายหลังจากทำวงโค้ง อิฐก่อทุกก้อนจะยังคงรับน้ำหนักแรงกดโดยไม่บิดตัวหักงอ เป็นการเปลี่ยนทิศทางของแรงไปยังตำแหน่งที่ต้องการ

ขณะติดตั้งเสาเข็มเหล็กใต้แนวผนังอิฐก่อด้วยแม่แรงไฮดรอลิก

อุโบสถทั้งหลังวางอยู่บนเสาเข็มที่ติดตั้งแล้วเสร็จ และอยู่ในสภาพที่พร้อมจะยก

 
ประกาศโดย: eit/eit
วันที่: 2011-07-08/2011-08-29
ผู้ชม: 11,486
 
M.B.A./M.Sc. ( Management) Specialization in Project Management (PJM)

หลักสูตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
รับสมัครงาน
scg
Thaicom
cet.kmutt
HILTI
Grundfos Thailand
ค้นหา
Interested News
General
วสท. จัดพิธีรดน้ำขอพรวิศวกรอาวุโส และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555
วสท. ร่วมกับสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย สัมมนาเรื่อง “เตรียมพร้อมรับสายไฟฟ้าตาม มอก.ใหม่ มาตรฐานการติดไฟฟ้าที่ปรับปรุงใหม่”
วสท. จับมือ สภาวิศวกร ร่วมพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรม
คณะกรรมการกองทุนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
Special Seminar on Design and Construction of Tall Buildings at Myanmar Engineering Society
ขอเชิญท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาวิศวกรรมไทย ก้าวไกลสู่ AEC
คู่มือจัดการบ้านหลังน้ำท่วม + แนวทางการป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมอาคาร
แถลงการณ์ วสท. วิกฤตการณ์น้ำท่วม
สรุปผลการจัดกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟสมาชิกสัมพันธ์ วสท. ประจำปี 2555
แถลงข่าวเรื่อง “การเข้าตรวจสอบอาคารบางกอกฟุตซอลอารีนา ตามคำขอของกรุงเทพมหานคร”
วสท. ได้มีการปรับปรุงจรรยาบรรณวิศวกร ดังฉบับร่างที่นำเสนอสมาชิกมานี้เพื่อขอความเห็นจากสมาชิกก่อนจะประกาศใช้
แถลงข่าว “อันตรายจากการใช้บันไดเลื่อน”
วสท. เข้าเยี่ยมชม “งานวิจัยพลังงานกังหันลมและงานวิจัยด้านพลังงานทดแทน
ด่วน! ขอเชิญชวน จัดส่งตำราที่มีคุณภาพด้านวิศวกรรมศาสตร์ ชิงเงินรางวัลจากกองทุน
วสท. จัดพิธีรดน้ำขอพรวิศวกรอาวุโส และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554
พิธีเปิดงานประชุมอุโมงค์โลก 2012
แถลงการณ์ฉบับที่ 2 วสท.
ขอรับบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุด วสท.
แถลงข่าว “แผ่นดินไหวในประเทศไทย และผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร”
ขอบคุณผู้สนับสนุน โครงการเครือข่ายวิศวกร ครั้งที่ 5
วสท. แถลงข่าว ผลการตรวจสอบกรณีถนนพระรามที่สี่เกิดทรุดตัวใกล้แยกวิทยุ
พิธีลงนามเซ็นสัญญาการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2555
กำหนดการ พิธีมอบโล่รางวัลพระราชทานวิศวกรเกียรติคุณ
วสท. รายงานการสำรวจเบื้องต้น คานคอนกรีตโครงการโฮฟเวลพังทลาย
รายงานเบื้องต้นการตรวจสอบอาคาร FICO สถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้
วสท. นำคณะเข้าเยี่ยมชม โรงงานไทยออยล์ จ.ชลบุรี
ปัจฉิมนิเทศ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
ทัศนาจรศึกษาดูงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ราชพฤกษ์ 2554
เยี่ยมคำนับ และสวัสดีปีใหม่องคมนตรี
ผ่านไปแล้วกับการประชุม CAFEO ครั้งที่ 29 ณ ประเทศบรูไน
วิศวจุฬาดีเด่น
ต้นกัก กลางชะลอ กทม.ช่วยระบาย
Eco Challenge 2011-12
วสท. จัดงานเลี้ยงขอบคุณวิศวกรอาสา และสื่อมวลชน
ค่ายการเรียนรู้การประหยัดพลังงานและพลังงานทดแทน
งานเลี้ยงปีใหม่ วสท.
วสท. การร่วมมือกับ RICS (Royal Institute of Chartered Surveyors) เพื่อเป็นเครือข่ายร่วมสมาชิก
ข้อแนะนำสำหรับบ้านหลังน้ำลด ด้านเครื่องกลและระบบท่อ
วสท. ขอเชิญร่วมบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
วสท. ประกาศคัดสรรวิศวกรคอมพิวเตอร์ยอดเยี่ยม พศ. 2554
วสท. แถลงข่าว “วิศวกรอาสาช่วยเหลือหลังน้ำท่วม และส่งทีมวิศวกรลงพื้นที่”
วสท. แถลงข่าว “วิศวกรอาสาช่วยเหลือประชาชนในการตรวจสอบอาคารหลังน้ำท่วม”
กอลฟ์สมาชิกสัมพันธ์ วสท. ประจำปี 2554
EIT High Tea จิบน้ำชายามบ่าย ครั้งที่ 1
คลินิกช่างพบประชาชน เสาร์ที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา
พิธีเปิดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2554
วสท. ลงนามถวายพระพรในหลวง
EIT Talk & Dinner
วสท. จัดการแถลงข่าวเรื่อง “ไฟไหม้อาคารสูง มหันตภัยใกล้ตัวคนเมือง”
วิศวกรหญิงไทย วสท. ดูงานอุทยานมิตรผล ด่านช้าง
วสท. ลงนาม MOU กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน
ยกอุโบสถเก่าแก่อายุ 459 ปี
การประชุมวิชาการวิศวกรรมความปลอดภัยแห่งชาติ ครั้งที่ 3
ประชุมความร่วมมือระหว่าง วสท. กับ RICS
สัมมนาเทคนิคบริหารการเงินฯ เปิดเป็นรุ่นแรก ผู้สนใจลงทะเบียน มากมาย
วสท. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การพัฒนาบุคลากร เพื่อเป็นผู้ตรวจสอบเครน/ปั้นจั่น
“Renewal of Agreement of Cooperation” between ASCE & EIT
ทัศนาจรศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าเขื่อนน้ำงึม 2 ณ สปป.ลาว
ทำบุญเลี้ยงพระ รดน้ำดำหัววิศวกรอาวุโส
ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ
วิศวกรหญิงไทยจัดประชุมสัญจรและศึกษาดูงาน
โปสเตอร์ กฎความปลอดภัย แผ่นดินไหว สึนามิ ไฟไหม้อาคารสูง
16 คำถาม ไขข้อข้องใจ กรุงเทพๆเสี่ยงภัยต่อแผ่นดินไหวขนาดไหนและจะรับมือกันอย่างไร
แถลงข่าว “แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น มีผลต่อไทยหรือไม่ และควรเตรียมรับมืออย่างไร”
CAFEO 28 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
พิธีเปิดอาคารวิศวกรรมสถานอุปถัมภ์ 2
วสท. ลงนามถวายพระพร
เยี่ยมคำนับ และสวัสดีปีใหม่องคมนตรี
โครงการเครือข่ายยุววิศวกร ครั้งที่ 4
วสท. ซ้อมอพยพหนีไฟ
วสท. ส่งวิศวกรอาสาตรวจสอบความเสียหายของอาคาร หลังเหตุการณ์น้ำท่วม
ด่วน! ขอเชิญชวน จัดส่งตำราที่มีคุณภาพทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ชิงเงินรางวัลจากกองทุนเพื่อการศึกษาและวิจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์
เชิญอาจารย์นักวิจัยสาขาวิศวกรรมอุตสาหการร่วมนำเสนอบทความวิจัยในประชุมวิชาการระดับนานาชาติ
วสท. เข้าตรวจอาคารทรุด หลังเซียร์รังสิต
แถลงข่าวงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2556
วสท. ได้กำหนดรับสมัครเลือกตั้ง คณะกรรมการอำนวยการ วสท. วาระปี พ.ศ. 2557 ถึง 2559
วสท. ร่วมกับสภาวิศวกรจัดการเสวนาเรื่อง “งานวิศวกรรมกับกรณีภัยพิบัติ”
วสท. ร่วมกับ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 18
วสท. ได้จัดโครงการศึกษาดูงานด้าน ECO Towns ณ เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น
บรรยากาศ การประชุมวิชาการวิศวกรรมความปลอดภัย ครั้งที่ 4
หนังสือคุณภาพสำหรับวิศวกรโยธา โซลูชั่นเทค จำกัด ritta.co.th
สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)
487 รามคำแหง 39 (ซอยวัดเทพลีลา) วังทองหลาง กทม. 10310 โทร 0-2319-2410~3 โทรสาร 0-2319-2710~11 E-mail: eit@eit.or.th